Bamm Yakult Saltnic

Bamm Yakult Saltnic

บุหรี่ไฟฟ้า

Bamm Yakult Saltnic

 

Bamm Yakult Saltnic น้ำยาแบมยาคูลท์ กลิ่นยาคูลท์ หอม หวานนิดหน่อยนุ่มคอเย็นอ่อนๆอร่อยมากคนที่ชอบนมเปรี้ยวต้องจัดรับรองติดใจ แบรนด์ : BAAM

  • ระดับความเย็น : 3/5
  • ระดับความหวาน : 3/5
  • ระดับความหอม : 5/5
  • รีวิวความนิยม : 4/5
  • ปริมาณ : 30ml
  • นิโคติน : 35mg
  • สารตั้งต้น PG/VG : 40/60

น้ำยากลิ่นยาคูล ที่ทุกคนคุ้นเคย หอม หวาน สดชื่อ รสชาติ : ยาคูล (เย็น) ขนาด : 30ml นิค : 30mg  Bam m Yakult Salt nic น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ E-Liquids เปรียบได้กับเชื้อเพลิงสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่คอยขับเคลื่อนความสุนทรีย์แห่งการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นปัจจุบันจึงมีน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าออกมาให้สายควันได้เลือกซื้อเลือกหากันหลายแบรนด์หลายค่ายมาก ๆ เรียกได้ว่าวงการสายควันมีความคึกคักแบบสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า Freebase (ฟรีเบส) หรือ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าซอลนิโคติน (Saltnic) ก็ต่างมีการแข่งขันกันออกรสชาติใหม่ ๆ เพื่อแข่งขันกันโดยผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าก็ถือว่าได้กำไรเพราะจะมีตัวเลือกสำหรับการเลือกใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นส่วนประกอบที่มีความปลอดภัยสูงกว่าการสูบบุหรี่จริงหลายเท่า เพราะน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อไปทำปฏิกิริยากับความร้อนจากคอยล์สิ่งที่ออกมาจากการใช้งานนี้คือไอระเหยหรือไอน้ำที่มีความเป็นมวลสารคล้ายกับเมฆมากกว่า ซึ่งต่างจากบุหรี่จริงที่เป็นควันซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของความร้อน ซึ่งมีสารอันตรายหลาย ๆ ตัวแต่ทว่าในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ใช้หลักการเผาไหม้แบบเดียวกัน หากคิดไม่ออกให้คิดถึงเครื่องสร้างหมอกเพราะหลักการบุหรี่ไฟฟ้ามีความคล้ายกับอุปกรณ์ตัวนั้นมากกว่าแต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือสารนิโคตินซึ่งเป็นสาเหตุให้คนที่สูบบุหรี่ติดกัน และสารนิโคตินก็ไม่ได้เป็นอันตรายแบบที่เราคิดเพราะนิโคตินเป็นเพียงสารที่ทำให้ติดแต่ก็ช่วยในเรื่องของความผ่อนคลาย ไม่เครียด เป็นการติดแบบทั่วไปไม่ถึงขั้นอันตรายอย่างที่เรา ๆ คิด อีกทั้งในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารนิโคตินที่น้อยกว่าบุหรี่จริงอยู่พอสมควร หลาย ๆ ประเทศจึงให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าถูกกฎหมายเพราะสามารถทำให้คนเลิกใช้บุหรี่จริงได้จริง ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 1 ขวดจะมีสารประกอบ 4 ตัวหลัก ๆ นั้นก็คือ PG / VG / Nicotine / และสารแต่งกลิ่นที่ได้จากการสตีฟ ซึ่งในสารแต่ละตัวก็เป็นสารที่ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายอย่าง PG หรือ Propylene Glycol ก็เป็นสารที่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องใช้ทั่วไปที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เช่นพวกเครื่องสำอาง ยาสีฟัน เป็นต้น หรือ VG หรือ Vegetable Glycerin ก็เป็นสารที่ให้ความหวานยิ่งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตัวไหนหวานก็จะมีส่วนของ VG ที่เยอะและมีความหนืดที่สูง Nicotine ก็เป็นสารที่ได้จากการสกัดจากใบยาสูบซึ่งก็เป็นผลผลิตจากพืชไม่ใช่สารเคมีอย่างที่ทุกคนคิด ซึ่งเมื่อดูแล้วก็ไม่มีตัวไหนที่จะดูเป็นอันตรายมากถึงชีวิตได้เลย นอกจากผู้ใช้งานจะแพ้สารตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นหรือมีการใช้งานที่ถี่และบ่อยจนมากเกินไปก็อาจทำให้ปอดมีอาการชื้นได้เพราะอย่าลืมว่าสิ่งที่สูบเข้าไปก็คือไอน้ำนั่นเอง

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-Liquids) อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าเป็นส่วนสำคัญของการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าแต่ผู้ผลิตน้ำยาบุหรี่ก็ไม่ได้หยุดการพัฒนาเพราะความต้องการของนักสูบมีความต้องการที่หลากหลาย น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันจึงมีหลากหลายสายซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

– น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าสายผลไม้ เช่นกลิ่นองุ่น กลิ่นสตรอว์เบอร์รี กลิ่นบลูเบอร์รี กลิ่นแตงโม ฯลฯ
-น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าสายขนม เช่น กลิ่นลูกอม กลิ่นวานิลลา กลิ่นสายไหม กลิ่นขนมปังทาแยม ฯลฯ
-น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าสายเครื่องดื่ม เช่น กลิ่นโคล่า กลิ่นเครื่องดื่มโซดา กลิ่นกาแฟ ฯลฯ

และในน้ำยาแต่ละตัวก็ยังแบ่งออกเป็น น้ำยามาเลย์ น้ำยาอเมริกา น้ำยาไทย ตามแต่ผู้ผลิตอีกด้วยซึ่งแต่ละผู้ผลิตก็จะมีจุดขายหรือความชูโรงแตกต่างกันไป เช่นความเย็น ความไม่เย็น ความถนอมคอยล์ ความชุ่มฉ่ำ แตกต่างกันไปแล้วแต่การดีไซน์ของแต่ล่ะแบรนด์

กลีเซอรีนจากผัก

น้ำยาที่ออกแบบมาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าสมัยใหม่ส่วนใหญ่เป็นกลีเซอรีนจากผักหรือ VG ซึ่งอาจใส่สูงสุด 80% ของปริมาตรรวม หากคุณต้องการทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าได้เปลี่ยนจากการผลิตไอเพียงเล็กน้อยไปจนถึงการพ่นไอสีขาว ก้อนมหึมาออกมาได้อย่างไร นี่แหละคือเหตุผลในข้อนี้ กลีเซอรีนเป็นสารธรรมชาติที่แปรรูปได้จากไขมันเกือบทุกชนิด กลีเซอรีนที่ใช้ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามาจากน้ำมันพืชจึงเรียกว่า VG แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก

ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งก็คือแม้ว่าจะผ่านกระบวนการแปรรูปจากน้ำมัน แต่มันไม่ใช่น้ำมัน ที่จริงคือแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้ปลอดภัยเมื่อสูดดม VG เป็นของเหลวไม่มีสี ปลอดสารพิษ ไม่มีกลิ่นแต่มีรสหวาน มีความข้นและมีความหนืดมาก ซึ่งหมายความว่าน้ำยาที่มี VG สูงจะทำงานได้ไม่ดีในอุปกรณ์พ่นละอองรุ่นเก่าและแทงก์บรรจุน้ำยาและทำละออง (Clearomizer) ขนาดเล็ก เพราะมีความข้นเกินไปทำให้ไส้ดูดน้ำยาดูดได้ไม่ดี

น้ำยาบางชนิดใช้กลีเซอรีนชนิดน้ำเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งเป็นเพียง VG ประกอบกับน้ำบางส่วน ผลิตภัณฑ์ทั่วไปจำนวนมาก มี VG ซึ่งยังนำไปใช้เป็นสารให้ความหวานในอุตสาหกรรมอาหาร และยังเพิ่มลงในอาหารบางชนิดเพื่อคงความชุ่มชื้น ยาหลายชนิดก็มีกลีเซอรีนเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสารนี้มาหลายปีแล้วและไม่เคยพบว่าเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพใด ๆ น้ำยาที่มี VG มากจะทำให้เกิดไอหนาแน่นจำนวนมากแต่ไม่ทำให้เกิดการกระแทกคอ (Throat Hit) มากนัก

โพรพิลีนไกลคอล

ส่วนที่ไม่ใช่ VG ส่วนใหญ่ในน้ำยาของคุณน่าจะเป็นโพรพิลีนไกลคอลหรือ PG น้ำยาบางชนิดมี PG มากกว่า VG ซึ่งเหล่านี้ทำงานได้ดีกว่าในเครื่องแบบแทงก์บรรจุน้ำยาและทำละออง (clearomizer) และอุปกรณ์พ่นละอองรุ่นเก่าเนื่องจากมี ความหนืดน้อยกว่า PG ก็เป็นแอลกอฮอล์เช่นเดียวกับ VG และยังแทบไม่มีกลิ่นอีกด้วย มีรสหวานจาง ๆ แต่จะไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นสารให้ความหวาน มีการใส่ PG เข้าไปในอาหาร ยาและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อรักษาความชื้น การใช้งาน อีกอย่างหนึ่งสำหรับ PG คือนำไปใส่ในน้ำยาป้องกันการกลายเป็นน้ำแข็ง และด้วยเหตุนี้เองบางคนจึงชอบอ้างว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีสารป้องกันการกลายเป็นน้ำแข็ง

อันที่จริงคำกล่าวนั้นก็ไม่ได้หลอกคุณเสียทีเดียว เพราะ PG เป็นเพียงส่วนประกอบเดียวในน้ำยาป้องกันการกลายเป็นน้ำแข็ง และมีอยู่ในนั้นเพราะว่าปลอดสารพิษ น้ำยาป้องกันการกลายเป็นน้ำแข็งที่ทำจาก PG ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง ควรระบุด้วยว่าน้ำเป็นส่วนประกอบในน้ำยาป้องกันการกลายเป็นน้ำแข็งด้วยเช่นกัน เพียงเพราะมีการใช้สารบางอย่างในผลิตภัณฑ์ที่คนเข้าใจว่าเป็นพิษ ไม่ได้บอกให้เรารู้ว่าสารนั้นอันตรายมากน้อยแค่ไหน

จริงอยู่ที่มีปัญหาสุขภาพเล็กน้อยที่เชื่อมโยงกับ PG โดยมีการศึกษาวิจัยสารนี้ตั้งแต่ทศวรรษ 1940 และจัดอยู่ในประเภทที่ปลอดภัย การกลืนหรือหายใจเข้าไปจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อคุณ มีคนส่วนน้อยที่มีความไวต่อสารนี้ ดังนั้นหากน้ำยาที่มีปริมาณ PG สูงทำให้คุณรู้สึกไม่สบาย ให้เปลี่ยนไปใช้น้ำยาที่มี VG มากกว่า PG สร้างไอที่มองเห็นได้น้อยกว่า VG ดังนั้นจึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับคลาวด์เชสเซอร์ (ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่ชื่นชอบการพ่นไอขนาดใหญ่ออกจากปาก) แต่เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ต้องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบไม่โจ่งแจ้ง นอกจากนี้ยังมีกลิ่นรสที่ดีกว่าและกระแทกคอมากกว่าด้วย

กลิ่นรส

สิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าคือน้ำยารสอร่อยที่มีให้เลือกมากมายและทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสารปรุงแต่งกลิ่นรส น้ำยาไม่มีรสชาติมากนัก ดังนั้นจึงมีการปรุงแต่งด้วยวัตถุเจือปนอาหาร หากจะมีข้อกังวลด้านสุขภาพเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะสารปรุงแต่งกลิ่นรส มีส่วนผสมบางอย่างที่ปลอดภัยต่อการรับประทานแต่ห้ามสูดดม เช่น ไดอะซิทิล อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมนี้ทำหน้าที่ได้ดีในการเลิกใช้สารเติมแต่งที่เป็นปัญหา

แต่อย่าใช้สารปรุงแต่งรสอาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะบางชนิดมีน้ำมันซึ่งเป็นอันตรายหากสูดดม ให้ใช้รสชาติจากผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากกลิ่นรสเหล่านี้ได้รับการคัดสรรเพื่อความปลอดภัยในการสูดดมสูงสุด

นิโคติน

สุดท้าย น้ำยาส่วนใหญ่มีนิโคติน นี่คือสิ่งที่ทำให้การใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นทดแทนการสูบบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถตอบสนองความอยากนิโคตินได้โดยไม่ต้องจุดไฟเผาใบยาสูบ นิโคตินยังช่วยให้ความรู้สึกในการกระแทกคอ (Throat hit) ได้ดีอีกด้วย ดังนั้นหากสิ่งนี้สำคัญสำหรับคุณ ให้ลองใช้น้ำยาที่มีนิโคตินสูงขึ้น แม้ว่านิโคตินจะมีชื่อเสียงที่ไม่ดี แต่ที่จริงแล้วมันเป็นสารเสพติดที่ปลอดภัยมาก แต่ควันจากบุหรี่ต่างหากที่ก่อให้เกิดอันตราย ไม่ใช่นิโคติน ถ้าบริโภคในปริมาณมากจะเป็นพิษ แต่คงไม่มีโอกาสที่คุณจะได้รับนิโคตินเกินขนาดจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า กว่าคุณจะบริโภคไปจนถึงระดับที่อันตราย คุณจะรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อยและปวดหัวก่อน ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า (และผู้สูบบุหรี่) จะเก่งมากในการบริโภคนิโคตินในระดับที่ตนเองต้องการและไม่เกินกว่านั้น ถ้าจะให้ดีคุณควรหลีกเลี่ยงน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมอื่นนอกเหนือ จากส่วนผสมทั้งสี่นี้ ส่วนพวกวิตามิน สี อาหารเสริม เช่น คาเฟอีน เหล่านี้ไม่มีส่วนเสริมคุณภาพของบุหรี่ไฟฟ้าของคุณ และต่างจากสารปรุงแต่งรสชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการคัดสรรมาเพื่อความปลอดภัยในการสูดดม แต่ถ้าคุณใช้เฉพาะส่วนผสมที่ระบุไว้ ณ ที่นี้ คุณสามารถคาดหวังได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงต่ำ และเพลิดเพลินได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านคู่มือฉบับสมบูรณ์ของเราเกี่ยวกับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

 

กลับสู่หน้าหลัก-julianmarment.com