บุหรี่-ไฟฟ้า

บุหรี่-ไฟฟ้า

เทคโนโลยี

บุหรี่-ไฟฟ้า สื่อสังคมออนไลน์เต็มไปด้วยข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับการสูบบุหรี่กระแสไฟฟ้า รวมถึงการกล่าวอ้างอย่างเป็นเท็จว่ายาสูบกระแสไฟฟ้าเป็นประตูสู่การสูบยาสูบ ทำให้เกิดอาการชัก รวมทั้งเพิ่มโอกาสสำหรับในการเกิดโรคปอดอักเสบ โชคดีที่ผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการเลิกยาสูบรู้ดีว่าอันตรายที่คุกคามชีวิตจริงที่พวกเขาพบเจออยู่วันแล้ววันเล่าเป็นสินค้ายาสูบที่ติดไฟได้ส่งผลให้เกิดมะเร็งหลายแบบอย่างและก็โรคที่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ สำหรับผู้ที่ยังคงงงงันเกี่ยวกับความปลอดภัยของการสูบยาสูบไฟฟ้าในฐานะเครื่องมือลดอันตรายจากยาสูบ การศึกษาแบบภาคตัดขวางล่าสุดที่ดำเนินงานโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย St. Andrews ในสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร บอกว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีสารก่อโรคมะเร็งน้อยกว่าการสูบบุหรี่สูงถึง 99%

ผู้เขียนร่วมสารภาพอย่างสบายว่าคำตอบที่ได้จะต่างๆนาๆขึ้นอยู่กับการกระทำการสูบบุหรี่กระแสไฟฟ้าและความชื่นชอบของผู้ใช้ แม้กระนั้นเมื่อยาสูบไฟฟ้าถูกนำมาใช้กับ “การตั้งค่าเครื่องมือ สูตรของเหลว และการกระทำการสูบบุหรี่กระแสไฟฟ้า” ที่ดีที่สุด ส่งผลให้การบริโภคสารก่อมะเร็งน้อยลงอย่างมากในทันทีทันใด บุหรี่-ไฟฟ้า

บุหรี่-ไฟฟ้า ภาพรวมงานศึกษาค้นคว้าวิจัยยาสูบไฟฟ้าของ St. Andrews

โครงงานทำการศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยที่นำโดย Dr. William E Stephens มีชื่อว่า การเปรียบเทียบความสามารถของมะเร็งจากสินค้าที่ให้สารนิโคติน จากทั้งยังยาสูบไฟฟ้ากับควันของบุหรี่ (BMJ Tobacco Control) จากจุดเริ่มแรก จุดหมายหลักของนักค้นคว้าเป็นเพื่อเทียบระดับความเป็นพิษของยาสูบไฟฟ้า และก็ยาสูบที่ติดไฟได้ และเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ความร้อนและไม่เผาไหม้ หรือที่เรียกว่าอุปกรณ์ HNB

ในระหว่างที่การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเกี่ยวโยงกับการให้ความร้อนกับน้ำยาบุหรี่กระแสไฟฟ้าที่อาจมีหรือเปล่ามีนิโคติเตียนน แต่ยังคงปราศจากยาสูบ 100% เทคโนโลยี HNB ใช้กลไกที่คล้ายกันในการ “ให้ความร้อน” มากยิ่งกว่า “เผา” ใบยาสูบจริง นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานหลายทศวรรษแล้วว่าการเผายาสูบทิ้งผ่านยาสูบยาสูบที่ผลิตเยอะๆส่งผลให้เกิดควันซึ่งเต็มไปด้วยสารเคมีโดยประมาณ 7,000 จำพวก สารก่อมะเร็งหลายร้อยประเภท รวมทั้งสารทาร์ที่ฉาบปอดรวมทั้งทำให้ระบบฟุตบาทหายใจเป็นอันตรายถึงชีวิต เหตุเพราะการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและเทคโนโลยี HNB อาจไม่เกี่ยวข้องกับการเผายาสูบ นักวิทยาศาสตร์ก็เลยคาดการณ์ว่าระดับสารก่อมะเร็งที่เกี่ยวจะน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกัน

เพื่อพิสูจน์แนวความคิดของพวกเขา พวกเขาจำเป็นจะต้องพินิจพิจารณาแล้วก็เปรียบควันรวมทั้งไอระเหยที่ผลิตมาจากเครื่องมือ HNB แล้วก็ผลิตภัณฑ์ยาสูบต่างๆหลังจากคำนวณปริมาณควันไฟเฉลี่ยของผู้ดูดบุหรี่ 15 มวนต่อวันให้มีขนาดราว 30 ลิตร แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้ดูดควันระเหยจากยาสูบไฟฟ้า ควัน HNB หรือควันบุหรี่ยาสูบเข้าไปในห้องกระจกควบคุมพิเศษแยกต่างหาก ภายหลังจากการทดสอบหลายพันครั้งที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่หลากหลายและภายใต้สภาวะความประพฤติที่แตกต่างกันของผู้ใช้ ทีมวิจัยสรุปได้ดังนี้

“ละอองลอยก่อตัวเป็นสเปกตรัมของความสามารถสำหรับเพื่อการกำเนิดมะเร็งซึ่งมีขนาดตั้งแต่อากาศที่ไม่แปดเปื้อนไปจนถึงควันของบุหรี่ ยาสูบกระแสไฟฟ้าครอบคลุมตอนส่วนมากโดยมีความเหนือกว่าของผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะ<1% ของควันจากบุหรี่รวมทั้งต่ำลงข้างในสองลำดับความสำคัญของยาสูดพ่นนิโคตินทางการแพทย์ อย่างไรก็ดี มีเพียงแค่กรุ๊ปน้อยที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่ามากมาย คำตอบที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ชอบเกี่ยวโยงกับระดับคาร์บอนิลในชั้นสูงที่เกิดขึ้นเมื่อส่งพลังงานที่มากเหลือเกินไปยังขดลวดของอะตอม”

“ตัวอย่างต้นแบบอุปกรณ์ HNB มีความสามารถสำหรับเพื่อการกำเนิดมะเร็งต่ำลงมากยิ่งกว่าควันที่เกิดจากบุหรี่ขั้นต่ำหนึ่งลำดับความสำคัญ แต่มีคุณภาพที่สูงกว่าบุหรี่กระแสไฟฟ้าส่วนมาก”

บุหรี่-ไฟฟ้า ผลที่ได้รับจากการวิจัยของมหาวิทยาลัย St. Andrews สอดคล้องกับการเล่าเรียนเกี่ยวกับไอระเหยที่คล้ายคลึงกันซึ่งตีพิมพ์ในปี 2015 โดย Public Health England (PHE) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรที่เท่ากันกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยของ PHE บอกว่าเมื่อเกือบจะ 5 ปีที่แล้วการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าการสูบยาสูบถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งกว่านั้นยังระบุเพราะการสูบยาสูบกระแสไฟฟ้าไม่ใช่ประตูสู่การสูบยาสูบ โดยอ้างถึงว่าน้อยกว่า 1% ของผู้ไม่ดูดบุหรี่ที่ทดลองใช้บุหรี่กระแสไฟฟ้าจะแปลงเป็นผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาวท้ายที่สุด

โพลใหม่เผยว่า 45% ของสหรัฐอเมริกาเชื่อผิดๆว่า บุหรี่กระแสไฟฟ้านั้น ‘ก่อให้เกิดอันตราย’ พอๆกับการสูบยาสูบ

ผลการสำรวจใหม่ที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่าการรับทราบของหมู่ชนในแง่ลบเพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่าชาวอเมริกันจำนวนไม่ใช่น้อยขึ้นเรื่อยๆรู้ผิดมีความคิดว่าการสูบยาสูบไฟฟ้านั้นทำให้เป็นอันตรายถึงตายได้เหมือนกับการสูบยาสูบ จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยที่เกี่ยวกับผู้ใหญ่ราว 5,800 คน มีเพียงโดยประมาณหนึ่งในสามหรือ 35 เปอร์เซ็นต์ของคนทั่วไปมั่นใจว่าการสูบยาสูบกระแสไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่เมื่อเทียบกับ 45 เปอร์เซ็นต์เมื่อห้าปีกลาย

ครั้งคราวที่น่าตกใจกว่านั้นคือตัวเลขเดียวกัน – 45 เปอร์เซ็นต์ – ในช่วงเวลานี้เชื่ออย่างเข้าใจผิดๆว่าการดูดบุหรี่ไฟฟ้าเป็นโทษต่อสุขภาพของสามัญชนเหมือนกันกับการสูบบุหรี่ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ติดไฟได้ อีก 9.9 เปอร์เซ็นต์ของราษฎรทั่วๆไปเห็นว่าการสูบยาสูบกระแสไฟฟ้านั้นห่วยแตกกว่าการสูบยาสูบเมื่อเทียบกับเพียงแค่ 1.3 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012

การสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับการสูบบุหรี่: ผู้เขียนร่วมเตือนว่า ‘การติดต่อสื่อสารที่ถูกต้อง’ เป็นสิ่งสำคัญ

การศึกษาค้นคว้าวิจัยดำเนินการโดยตัวแทนจากสองแหล่งที่ไม่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิทยาศาสตร์การกำกับดูแลยาสูบที่มหาวิทยาลัยที่รัฐจอร์เจีย (GSU-TCRS) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้ายาสูบแล้วก็การรับรู้ความเสี่ยง รวมทั้งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ได้ปฏิบัติงานตรวจแนวโน้มแห่งชาติของข้อมูลสุขภาพ ผลวิจัยได้รับการวัดและเก็บรวบรวมเป็นรายงานที่เผยแพร่ในประเด็น การเปลี่ยนแปลงการรับรู้ถึงภัยร้ายของบุหรี่กระแสไฟฟ้าเทียบกับบุหรี่ในคนแก่ ใน 2 การสำรวจระดับชาติของสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2017 (JAMA)

แม้กระนั้นแม้กระทั่งการสำรวจการใช้ บุหรี่-ไฟฟ้า ครั้งล่าสุดนี้ก็มีเนื้อหาที่อย่างดีที่สุด เป็นกระบวนการทำให้หลงผิด และก็อย่างที่แย่ที่สุด ก็คือบกพร่องอย่างร้ายแรง ได้แก่ คนเขียนร่วมของรายงานที่นำโดย Dr. Jidong Huang พูดถึงยาสูบกระแสไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบ ถึงแม้ว่าน้ำยาบุหรี่กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในยาสูบไฟฟ้าจะปราศจากยาสูบ 100%

“การเจริญเติบโตแบบสองเท่าของบุหรี่ไฟฟ้าได้ทำให้เกิดความสนใจในแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบ ซึ่งมีจุดหมายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของยาสูบอย่างเร็วโดยช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีการเสี่ยงต่ำ ดังเช่น บุหรี่ไฟฟ้า หน้าที่ที่เป็นไปได้ที่ยาสูบไฟฟ้าบางทีอาจเป็นเพื่อลดอันตรายที่เกิดจากยาสูบยังคงเป็นใจความสำคัญถกเถียงกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน”

ด้วยรายงานอาทิเช่นการศึกษาของ JAMA ที่หยิบขึ้นมารวมทั้งเผยแพร่บนโซเชียลเน็ตเวิร์คโดยสื่อกระแสหลักเช่น CNN และก็ UPI เป็นที่น่าประหลาดใจหรือเปล่าที่คนประเทศอเมริกาเริ่มงงมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับอันตรายของการสูบบุหรี่กระแสไฟฟ้ากับการสูบยาสูบ? ผู้เขียนร่วมรายงานเพียรพยายามที่จะแจกแจงการตัดการเชื่อมต่อนี้โดยสารภาพอย่างราบรื่นว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น “อันตรายน้อยกว่า” อย่างยิ่งเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่

คนไหนที่ใช้ บุหรี่-ไฟฟ้า

ยาสูบกระแสไฟฟ้ากำลังเป็นที่ชื่นชอบแล้วก็มีลัษณะทิศทางสูงขึ้นในช่วงช่วงเวลาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใช้จำนวนมากเป็นทั้งยังคนที่เคยสูบบุหรี่แบบปกติทั่วไป แล้วก็คนที่เริ่มหรือทดลองสูบบุหรี่ จากสถิติการสำรวจความประพฤติปฏิบัติการสูบยาสูบของเยาวชน (National Youth Tobacco Survey) จากปริมาณผู้เรียน 2 ล้านคน ในประเทศสหรัฐฯ ปี 2557 พบว่า ในกรุ๊ปผู้เรียนมัธยมศึกษาปลายมีการใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้ามากขึ้นจาก ร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 13 แล้วก็ในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมต้นมีปริมาณมากขึ้นจากปริมาณร้อยละ 1.1 เป็นร้อยละ 3.9 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวข้างใน 1 ปี ในประเทศไทยยังไม่มีการอนุญาตให้ขายหรือนำเข้าบุหรี่กระแสไฟฟ้า มีเพียงแต่การลักขโมยลอบขายในตลาดมืดจึงทำให้ยากต่อการเก็บข้อมูลทางสถิติ

คนอีกกลุ่มที่ค้นพบว่าใช้บุหรี่กระแสไฟฟ้าคือ คนที่ต้องการเลิกดูดบุหรี่ จากกลุ่มตัวอย่างคนอเมริกันในรัฐแคลิฟอร์เนียจำนวน 1,000 ผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้าในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 ปี พบว่าปริมาณร้อยละ 60 มีลัษณะทิศทางที่จะเลิกสูบบุหรี่และลดจำนวนสำหรับการสูบ แต่ว่า Dr. Wael Al-Delaimy คุณครูภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวแล้วก็สาธารณสุข ภาควิชาแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสำหรับผู้ที่อยากเลิกสูบบุหรี่ไว้ว่า จากการค้นคว้า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจจะไม่ได้ช่วยให้เลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ได้ หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือจำนวนนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งเสพติดให้โทษเช่นเดียวกันกับที่เจอในบุหรี่ธรรมดาทั่วไป และหัวข้อนี้ยังจำเป็นจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ส่วนประกอบของ บุหรี่-ไฟฟ้า 

ยาสูบกระแสไฟฟ้าในตอนนี้ยังไม่มีมาตรฐานการผลิตที่เป็นไปในต้นแบบเดียวกัน จึงทำให้ยากที่จะตอบได้ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยทั่วไปมีลักษณะคล้ายยาสูบปกติทั่วๆไป หรือบางทีอาจดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขให้มีลักษณะต่างออกไป ซึ่งส่วนประกอบหลักของบุหรี่กระแสไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเป็นแบตเตอรี่ (Battery) ตัวที่นำไปสู่ไอรวมทั้งความร้อน (Atomizer) รวมทั้งตลับเก็บน้ำยา (Cartridge)

บุหรี่กระแสไฟฟ้าจะปฏิบัติงานได้ไม่เต็มต้นแบบถ้าขาดน้ำยาสำหรับบุหรี่กระแสไฟฟ้า (E-Liquid หรือ E-Juice) ซึ่งใส่อยู่ในตลับเก็บน้ำยาเพื่อเตรียมเข้าสู่วิธีทำความร้อนก่อนกลายเป็นไอที่ผู้ใช้บุหรี่กระแสไฟฟ้าสูบเข้าไปในปอด ส่วนผสมที่พบมากในน้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice มีดังนี้

  • นิโคติน (Nicotine) เป็นสารสกัดจากใบยาดูดและเป็นสารเสพติดประเภทหนึ่งที่เจอได้ในอีกทั้งบุหรี่ไฟฟ้ารวมทั้งยาสูบปกติทั่วไป นิโคตินจะมีผลให้ร่างกายเสพติดการใช้บุหรี่ และจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทศูนย์กลาง เพิ่มระดับความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและก็การหายใจ นำมาซึ่งโรคมะเร็งปอดและโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเท้าหายใจได้ ระดับนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะเป็น เปอร์เซ็นต์ มก. และระดับความเข้มข้น ดังเช่นว่า ระดับค่อนข้างสูง ระดับกึ่งกลาง รวมทั้งระดับที่ถือว่าต่ำ
  • โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) เป็นสารสังเคราะห์ประเภทหนึ่งที่องค์การของกินรวมทั้งยา (FDA) การันตีถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้อีกทั้งในของกิน ยา รวมทั้งเครื่องสำอาง รวมถึงนำไปใช้เป็นองค์ประกอบสำหรับการสร้างไอหรือหมอกสำหรับเวทีการแสดงต่างๆแต่เมื่อสัมผัสหรือดมเข้าไปอาจส่งผลให้มีการเคืองที่ดวงตาและปอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด รวมทั้งโรคถุงลมโป่งพอง
  • กลีเซอรีน (Glycerine) เป็นสารที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น แม้กระนั้นมีรสชาติหวานบางส่วน หน่วยงานของกินและก็ยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้อีกทั้งในอาหารแล้วก็ยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเป็นผลกระทบอย่างไรต่อสุขภาพร่างกาย เช่นเดียวกันกับโพรไพลีนไกลคอล
  • สารแต่งกลิ่นและก็รส (Flavoring) เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารทั่วไป มีความปลอดภัยเมื่อกินเข้าสู่ร่างกาย แต่ว่ายังมิได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเป็นผลกระทบเช่นไรต่อสถาพทางร่างกาย ตัวอย่างเช่น สารไดอะซิติล (Diacetyl) ที่พบบ่อยในเนยสำหรับทำป็อปคอร์น อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาระบบทางเท้าหายใจแล้วก็ปอด

จำพวกของบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่กระแสไฟฟ้าในขณะนี้มีมากมายแบบ แต่แบ่งได้ 3 แบบคือ แบบที่ 1 (Cigalike) แบบที่ 2 (eGos) และแบบที่ 3 (Mods) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ยาสูบไฟฟ้าต้นแบบที่ 1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cigalike มีรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งยังทรงและก็ขนาดที่คล้ายกับยาสูบธรรมดาทั่วๆไป แต่ว่าจะมีตัวที่ทำให้มีการเกิดไอแล้วก็ความร้อนเพิ่มเข้ามา
  • ยาสูบไฟฟ้าต้นแบบที่ 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ eGos มีลักษณะเหมือนบุหรี่ธรรมดาทั่วๆไปเช่นเดียวกัน แม้กระนั้นมีขนาดใหญ่กว่า หรือมีรูปทรงที่แตกต่างออกไป แล้วก็มีตัวถังซึ่งสามารถถอดออก รวมทั้งเพิ่มเติม E-Liquid หรือ E-Juice ที่มีระดับนิโคติน หรือรสและก็กลิ่นต่างๆได้ด้วยตนเอง
  • บุหรี่กระแสไฟฟ้ารูปแบบที่ 3 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mods มีลักษณะคล้ายยาสูบไฟฟ้าแบบ eGos แต่มีขนาดใหญ่กว่า และก็สามารถปรับแรงดันไฟฟ้า ขนาดของตัวที่ทำให้เกิดไอรวมทั้งความร้อน รวมถึงขนาดแล้วก็จำนวนของ E-Liquid หรือ E-Juice ได้ตามสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้แต่ละคน

 

กลับหน้าหลัก